เรย์ เจ แฉ คิม คาร์เดเชียน เป็นนกสองหัว

raykim

Kim-Kardashian-Ray-J-1

2 บุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง เรย์ เจ และ คิม คาร์เดเชียน ก็ได้เกิดศึกน้ำลายปะทะกันอีกครั้งเมื่อมีการแฉกันเกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องราวที่ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่แม้ว่าปัจจุบันนี้ต่างก็เลิกรากันไปนานแล้วก็ตามที แต่เรื่องแบบนี้เมื่อมีคนกล้าออกมาพูดก็ย่อมเป็นเรื่องที่คนทั่วไปให้ความสนใจอย่างแน่นอน

แม้ว่าทั้งคู่จะเลิกรากันไปนานกว่า 10 ปี แล้วก็ตาม แต่ทว่าเรย์ เจ ซึ่งเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดังกลับยังไม่เคยคิดที่จะหยุดพูดถึงอดีตคนรักเก่าของเขาที่ดูเหมือนจะจบไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่อย่าง คิม คาร์เดเชี่ยน ทั้งๆ ที่ในปัจจุบันนี้เธอจะมีสามีชื่อว่า คานเย่ เวสต์ แล้วก็ตามพร้อมทั้งได้ให้กำเนิดลูกมาแล้วถึง 2 คนด้วย เรื่องราวนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อนักร้องนักแต่งเพลงสุดฮอตอย่าง เรย์ เจ ได้ออกมาเปิดเผยถึงอดีตแฟนเก่าของเขากลางรายการ Celebrity Big Brother UK โดยหนุ่มเรย์ ระบุว่าทั้งตัวเขาเองและตัวของ คิม คาร์เดเชียน ต่างก็เป็นนกสองหัวด้วยกันทั้งคู่ เรื่องราวนี้ได้มีสเตซี่ซึ่งเป็นคนร่วมรายการได้มีการพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนประมาณว่า คิม คาร์เดเชี่ยน นั้นรัก เรย์ เจ เป็นอย่างมาก ทว่านักร้องคนดังกลับพูดในท่าทีที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงโดยเขาได้อธิบายในลักษณะที่ว่าความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่นั้นเป็นเหมือนเกมๆ หนึ่งที่มีผู้เล่น 2 คน เหตุผลก็มาจากการที่ คิม คาร์เดเชี่ยน ได้ทำการนอกใจสามีของเธอแล้วหันมาคบกับเขาแทน ก่อนหน้านี้ คิม ได้เคยแต่งงานมาแล้วกับ เดมอน โทมัส ก่อนที่เขาจะมาคบกับเรย์ เจ ในเวลาต่อมาทั้งๆ ที่ก็ยังไม่ได้เลิกกับสามี เมื่อปี 2003 เป็นช่วงเวลาที่คิมเป็นสไตล์ลิสต์ให้กับ แบรนดี้ น้องสาวของเรย์ เจ แต่ทั้งคู่นั้นก็คบกันมาค่อนข้างยาวนานถึง 3 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกรากันไปเมื่อปี 2006

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ใช่เรย์ เจ จะพูดในรายการ Celebrity Big Brother UK เป็นครั้งแรกเท่านั้น เพราะเขาเองก็เคยพูดกับผู้สื่อขาวของ Hollywood Life ในทำนองที่ว่า คิมทำให้ตัวเขารู้ว่าเธอต้องการอยู่กับเขา คิมยอมที่จะทิ้งสามีของเธอเพื่อที่จะได้มาใช้ชีวิตอยู่กับเขา ซึ่งเราเคยมีอะไรกัน เราทั้งคู่เปรียบได้กับสัตว์ที่มีอิสระอย่างมากในเรื่องของเพศ ถึงกระนั้นหลังจากที่ทั้งคู่ได้แยกทางกันต่างคนต่างก็ไปมีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเองใหม่ และคงไม่มีใครอยากจะรื้อฟื้นอดีตเท่าไหร่นัก